วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ความหมายและลักษณะของเมืองน่าอยู่ในประเทศไทย


ความหมายของเมืองน่าอยู่

เมืองน่าอยู่ (healthy cities) หมายถึง เมืองที่มีการสร้างสรรค์และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทั้ง
ด้านกายภาพและสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการขยายแหล่งทรัพยากรของชุมชน โดยให้ประชาชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเกี่ยวกับการดำเนินวิถีทางของชีวิต เพื่อให้ได้ศักยภาพหรือคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (ไชยยันตร์ 2538) หรืออีกนัยหนึ่ง เมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่ หมายถึง ชุมชนที่อยู่อาศัยทั้งในเขตเมืองและชนบทที่มีสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี มีสังคมที่เอื้ออาทร มีชุมชนเข้มแข็ง มีความสะดวกสบายปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง มีวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองและชุมชน (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2542) จากความหมายดังที่ได้กล่าวมา ความเป็นเมืองน่าอยู่จึงแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นฐานและความต้องการของคนในชุมชนนั้นๆ ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของเมืองทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงสุดของชุมชน
บุคคลทั่วไปมักเข้าใจว่าเมืองน่าอยู่ หมายถึง เมืองที่มีความสวยงาม ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้
สีเขียว ถนนหนทางสะอาด บ้านเรือนเป็นระเบียบ โดยจะเน้นไปทางกายภาพของเมืองเป็นหลัก ซึ่งตามแนวคิดในย่อหน้าที่แล้ว เมืองน่าอยู่นั้นนอกจากจะหมายถึง เมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เมืองที่มีการจราจรดี เมืองที่มีภาวะมลพิษน้อยที่สุดแล้ว ยังรวมถึงเมืองที่ประชาชนมีสุขภาพร่างกายและจิตใจมั่นคงแข็งแรง การมีงานทำและรายได้ที่เพียงพอต่อการครองชีพ สภาพสังคมที่สงบสุข รวมทั้งการมีระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่มั่นคง โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ โดยการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมติดตามความสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนร่วมมือ ร่วมใจอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากส่วนราชการและองค์กรต่างๆ เพื่อรักษาความเป็นเมืองน่าอยู่ให้มีความยั่งยืนคงอยู่ตลอดไป

ลักษณะเมืองน่าอยู่
1.เมืองที่เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ
-   เมืองที่ส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตในบริเวณที่มีระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และบริการสาธารณะด้านอื่น ๆ ซึ่งสามารถให้บริการอย่างทั่วถึง และตามกำหนดแน่นอน 
-   เมืองที่วางแผนล่วงหน้าเพื่อสงวนและจัดเตรียมที่ดินไว้เพื่อสร้างถนนบริการสาธารณูปโภค สวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะก่อนการพัฒนาต่างๆ
-   เมืองที่มีการลงทุนพัฒนาและใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคอย่างคุ้มค่า โดยประสานการพัฒนาภาครัฐกับภาคเอกชน
-   เมืองที่ส่งเสริมการเติบโตที่สมดุล ได้แก่ การมีแหล่งงาน การบริการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน
-   เมืองที่มีการพัฒนาปัญหาและแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการเจริญเติบโตในระหว่างการพัฒนานั้น เช่น ปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะแห้งและเปียก การจราจร อากาศเสีย

2.เมืองที่มีความคล่องตัวสูง
-   เมืองที่ระยะการเดินทางระหว่างที่ทำงาน บ้าน และที่หมายอื่นๆ นั้นสั้นที่สุด
-   เมืองที่มีการจัดการจราจรในท้องถนนที่สามารถลดภาวการณ์จราจรคับคั่งได้ โดยการ    จำกัดยานพาหนะในบริเวณการจราจรหนาแน่น ที่มีบริการขนส่งมวลชนอื่นให้ใช้แทน
-   เมืองที่ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถไฟ          รถเมล์ และเรือ
-   เมืองที่มีระบบถนนสายรองที่เหมาะสม และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจรสู่ศูนย์กลางเมือง

3.  เมืองที่สุขสบายและมีชีวิตชีวา
-   เมืองที่มีที่พักอาศัยได้มาตรฐานและมีสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะสำหรับประชากรทุกระดับชั้น
-   เมืองที่มีโรงเรียน คลินิก และโรงพยาบาล ให้บริการใกล้ที่พักอาศัย
-   เมืองที่มีทางเท้าที่สามารถเดินได้อย่างปลอดภัยและร่มรื่น
-   เมืองที่ส่งเสริมธรรมชาติแวดล้อมที่เขียวขจี
-   เมืองที่มีสวนสาธารณะอยู่ทั่วทุกบริเวณ

4.  เมืองที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านวัฒนธรรม
-   เมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรม
-   เมืองที่อนุรักษ์พื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันยังเอื้ออำนวยให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคาร และประโยชน์ใช้สอย
-   เมืองที่ส่งเสริมศิลปะเพื่อสาธารณะและสนับสนุนการเฉลิมฉลอง และการแสดงงานศิลปะต่างๆ

5. เมืองที่ส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ
-   เมืองที่มีที่ว่างและโอกาสเพียงพอสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ   มีบริเวณศูนย์กลางเมืองที่เจริญและมีชีวิตชีวา และในบริเวณที่มีการเจริญเติบโตสูงนั้น มีการพัฒนาเชื่อมต่อกับระบบขนส่งที่ทันสมัย
เป็นเมืองสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตขนาดเล็ก และธุรกิจการบริการผู้ผลิต โดยเป็นแหล่งก่อตั้งและพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต    เขตต่างๆ จะมีแหล่งทำงานและที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกัน ประชาชนจะได้มีเวลาส่วนตัวเหลือเพื่อการสังสรรค์และพักผ่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น