วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประวัติผู้จัดทำ



ชื่อ  นายสุวัฒน์  ประสานศักดิ์
ชื่อเล่น  ดุ๊กดิ๊ก     อายุ  23 ปี
เกิดวันที่  3 กันยายน 2532
ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขา การพัฒนาชุมชน
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ที่ 3 บ้านโสก ต.บ้านโสก อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ 36140
เบอร์โทรศัพท์ 080-7470974


บทความที่นำเสนอ

1. ความหมายและลักษณะของเมืองน่าอยู่ในประเทศไทย

2. 10 อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในประเทศไทย

3. บทสรุปเมืองน่าอยู่ในประเทศไทย


10 อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในประเทศไทย




10  อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในประเทศไทย
อันดับ1 "เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองพนัสนิคม หรือ เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นเทศบาลขนาดกลางมีเนื้อที่ครอบคลุมตำบลพนัสนิคมทั้งตำบล อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 87 กม. ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 22 กมเมืองพนัสนิคม เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเคยรุ่งเรืองเมื่อสมัย 1,000 ปี มาแล้ว หรือสมัยที่ขอมยังเรืองอำนาจอยู่ในอาณาจักรสุวรรณภูมิ
ชาวพนัสนิคมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพาณิชยกรรม และหัตถกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชาวพนัสนิคมเป็นอย่างมากคือ "การจักสาน" เช่น กระเป๋า ตะกร้า ฝาชี เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ เมืองพนัสนิคม เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า "เมืองสะอาด" ตามคำขวัญของเมือง โดยมีรางวัลต่างๆ ที่รับรองความสะอาดดังนี้ รางวัลพระราชทาน 3 ปีซ้อน พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2534


เมืองพนัสนิคม

อันดับ 2 "เมืองแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก อันสวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อน เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ อาทิ วัดพระธาตุดอยกองมู สถานที่ประดิษฐานพระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสามหมอก วัดจองคำ วัดจองกลาง โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) อันสวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน ?สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย?อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา ? ผาเสื่อ ที่มีปลาพลวงมากมายให้ด้วยความน่าสนใจของเมืองอันสงบงามท่ามกลางธรรมชาติแห่งเขา จึงไม่แปลกที่เมืองแม่ฮ่องสอนจะติดอันดับ 2 ของเมืองน่าอยู่ในเมืองไทย


เมืองสามหมอก

อันดับ 3 "เมืองน่าน" อีกหนึ่งเมืองในล้านนาตะวันออกที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ ทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันผู้ที่ไปเมืองน่านจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลาย อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุเขาน้อย วัดมิ่งเมือง พระธาตุแช่แห้งพระธาตุคู่เมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นต้น
            

ดอยภูคา

อันดับ 4 "เมืองพิจิตร" เมืองพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง ไกรทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า "เมืองงาม" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก
พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย
พิจิตร เป็นที่ตั้งของ "บึงสีไฟ" บึงน้ำจืดขนาดใหญ่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนพิจิตร และพิจิตรยังมีอัน
ซีนเมืองไทยอยู่ที่ "วัดโพธิ์ประทับช้าง" ที่สร้างขึ้นโดย พระเจ้าเสือ หรือ พระสรรเพชญ์ที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมาตุภูมิของพระองค์ อีกด้วย
           

เมืองพญาชาละวัน

อันดับ 5 "เมืองมุกดาหาร" หรือที่ชาวเมืองนิยมเรียกว่า "เมืองมุก" ตามเรื่องเล่าขานที่ว่ามีผู้พบเห็นดวงแก้วสดใสเปล่งปลั่งในขณะที่กำลังสร้างเมือง (พ.ศ.2331)
 มุกดาหารเป็นหนึ่งใน "ประตูสู่อินโดจีน" เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เชื่อมจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
เมืองนี้มีสิ่งน่าสนใจ อาทิ "หอแก้วมุกดาหาร" หนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร "ตลาดสินค้าอินโดจีน" ถ.สำราญชายโขง ศูนย์รวมสินค้าสารพัดอย่าง จากจีน รัสเซีย เวียดนาม ลาว ที่ขนถ่ายผ่านแขวงสะหวันนะเขต

สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว

 อันดับ 6 "เมืองพะเยา" เมืองเก่าแก่อันสงบงามท่ามกลางเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตวัฒนธรรมและธรรมชาติ เมืองนี้มีสถานที่น่าสนใจ อาทิ "วัดศรีโคมคำ" สถานที่ประดิษฐาน"พระเจ้าตนหลวง" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยา "กว๊านพะเยา" ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนนอกจากนี้ในจังหวัดพะเยายังเป็นจังหวัดที่มีอันซีนไทยแลนด์ถึง 2 แห่ง คือ "วัดพระเจ้านั่งดิน" และ "น้ำตกภูซาง"

กว๊านพะเยา

 อันดับ 7 "เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี" เทศบาลเมืองแสนสุข หรือ เมืองแสนสุข เป็นองค์การปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองชลบุรี ประมาณ 13 กิโลเมตร สถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยคือ "ชายหาดบางแสน" ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่ไกลนัก เพียง 89 กิโลเมตรในปีพ.ศ. 2536 เทศบาลก็ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองลักษณะพิเศษ (เมืองท่องเที่ยว) หาดบางแสน ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่ม และอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยาง ว่ายน้ำให้เช่า มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการ ร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด

หาดบางแสน

อันดับ 8 "เมืองนครพนม" นครพนมเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในเขตเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ ทิวทัศน์ริมฝั่งโขง ตลาดอินโดจีน รวมถึงตึกรามอาคารบ้านเรือนเก่าที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกที่แพร่เข้ามาในช่วง พ.ศ.2440-2460 บน "ถนนสุนทรวิจิตร" ไม่ว่าจะเป็นจวนผู้ว่าฯ หลังเก่า, อาคารโรงเรียนสุนทรวิจิตร, บ้านพักอัยการ, บ้านพักสรรพสามิต ตลอดจนบ้านพักอาศัยริมถนนหลายหลัง อีกทั้งยังมี"วัดนักบุญอันนา หนองแสง" อดีตศูนย์กลางของชาวคริสต์ริมฝั่งโขงอัน
ขณะที่ถ้าออกนอกเมืองไปยัง อ.ธาตุพนม ก็จะได้พบกับ"พระธาตุพนม" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนคนไทยต่างเคารพศรัทธา
พระธาตุพนม

อันดับ 9 "เมืองกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ" หากเอ่ยชื่อเมืองกันทรลักษ์ อาจจะไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า เป็นที่ตั้งของเมืองทางขึ้นสู่ "ปราสาทพระวิหาร"(กรณีพิพาทที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะจบระหว่างไทย- กัมพูชา)เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ้อ...กันแน่นอนเมืองกันทรลักษ์เป็นเมืองชายแดน ที่มีความกลมกลืนทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกันทรลักษ์คือ ผามออีแดง หน้าผาสูงราว 500 เมตร แบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันได้รับผลจากกรณีพิพาทพระวิหารทพให้ผามออีแดงต้องปิดไปโดยไม่มีกำหนด

ผามออีแดง 
อันดับ 10 "เมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย" เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นปีที่ได้มีการจัดตั้งเมืองท่าบ่อครบ 100 ปี ท่าบ่อหรือท่าบ่อเกลือในอดีต ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองท่าบ่อในรัชกาลที่ 5 อาชีพหลักของประชาชนชาวท่าบ่อคือทำการเกษตรกรรมและการเมืองนี้มีหมู่บ้านประมงที่มีชื่อเสียงอยู่ที่ ต.กองนาง มีหมู่บ้านทำยาสูบ หมู่บ้านทำแผ่นกระยอที่ใช้ทำปอเปี๊ยะ มีหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ตำบลน้ำโมง พระพุทธรูปเก่าแก่สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2105 เป็นศูนย์รวมใจคนท่าบ่อ

 วิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ









ที่มาของข้อมูล  :  http://atcloud.com/stories/90867


บทสรุปเมืองน่าอยู่ในประเทศไทย

การพัฒนาเมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่ เป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในเมืองและชนบททุกระดับ ทั้งผู้มีฐานะดี คนชั้นกลาง และผู้มีรายได้น้อย ด้อยโอกาสสามารถจะมีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยในเมืองหรือชุมชนที่น่าอยู่อย่างเท่าเทียมกันด้วยความสงบสุข ความสะดวกสบาย ความสะอาดถูกสุขอนามัย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินการพัฒนาเมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่ในทางปฏิบัติ เป็นการเน้นการใช้ประโยชน์ขององค์กรกลไกที่มีอยู่เดิม และการปรับปรุงวิธีการจัดสรรงบประมาณ ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่นและที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างจิตสำ นึกและจิตวิญญาณของการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคีการพัฒนาในการร่วมแรง ร่วมใจ สมัครสมาน สามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อพัฒนาเมืองและชุมชนของตนเองให้น่าอยู่ น่าอาศัย อย่างยั่งยืน

ความหมายและลักษณะของเมืองน่าอยู่ในประเทศไทย


ความหมายของเมืองน่าอยู่

เมืองน่าอยู่ (healthy cities) หมายถึง เมืองที่มีการสร้างสรรค์และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทั้ง
ด้านกายภาพและสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการขยายแหล่งทรัพยากรของชุมชน โดยให้ประชาชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเกี่ยวกับการดำเนินวิถีทางของชีวิต เพื่อให้ได้ศักยภาพหรือคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (ไชยยันตร์ 2538) หรืออีกนัยหนึ่ง เมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่ หมายถึง ชุมชนที่อยู่อาศัยทั้งในเขตเมืองและชนบทที่มีสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี มีสังคมที่เอื้ออาทร มีชุมชนเข้มแข็ง มีความสะดวกสบายปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง มีวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองและชุมชน (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2542) จากความหมายดังที่ได้กล่าวมา ความเป็นเมืองน่าอยู่จึงแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นฐานและความต้องการของคนในชุมชนนั้นๆ ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของเมืองทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงสุดของชุมชน
บุคคลทั่วไปมักเข้าใจว่าเมืองน่าอยู่ หมายถึง เมืองที่มีความสวยงาม ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้
สีเขียว ถนนหนทางสะอาด บ้านเรือนเป็นระเบียบ โดยจะเน้นไปทางกายภาพของเมืองเป็นหลัก ซึ่งตามแนวคิดในย่อหน้าที่แล้ว เมืองน่าอยู่นั้นนอกจากจะหมายถึง เมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เมืองที่มีการจราจรดี เมืองที่มีภาวะมลพิษน้อยที่สุดแล้ว ยังรวมถึงเมืองที่ประชาชนมีสุขภาพร่างกายและจิตใจมั่นคงแข็งแรง การมีงานทำและรายได้ที่เพียงพอต่อการครองชีพ สภาพสังคมที่สงบสุข รวมทั้งการมีระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่มั่นคง โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ โดยการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมติดตามความสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนร่วมมือ ร่วมใจอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากส่วนราชการและองค์กรต่างๆ เพื่อรักษาความเป็นเมืองน่าอยู่ให้มีความยั่งยืนคงอยู่ตลอดไป

ลักษณะเมืองน่าอยู่
1.เมืองที่เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ
-   เมืองที่ส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตในบริเวณที่มีระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และบริการสาธารณะด้านอื่น ๆ ซึ่งสามารถให้บริการอย่างทั่วถึง และตามกำหนดแน่นอน 
-   เมืองที่วางแผนล่วงหน้าเพื่อสงวนและจัดเตรียมที่ดินไว้เพื่อสร้างถนนบริการสาธารณูปโภค สวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะก่อนการพัฒนาต่างๆ
-   เมืองที่มีการลงทุนพัฒนาและใช้ประโยชน์สาธารณูปโภคอย่างคุ้มค่า โดยประสานการพัฒนาภาครัฐกับภาคเอกชน
-   เมืองที่ส่งเสริมการเติบโตที่สมดุล ได้แก่ การมีแหล่งงาน การบริการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน
-   เมืองที่มีการพัฒนาปัญหาและแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการเจริญเติบโตในระหว่างการพัฒนานั้น เช่น ปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะแห้งและเปียก การจราจร อากาศเสีย

2.เมืองที่มีความคล่องตัวสูง
-   เมืองที่ระยะการเดินทางระหว่างที่ทำงาน บ้าน และที่หมายอื่นๆ นั้นสั้นที่สุด
-   เมืองที่มีการจัดการจราจรในท้องถนนที่สามารถลดภาวการณ์จราจรคับคั่งได้ โดยการ    จำกัดยานพาหนะในบริเวณการจราจรหนาแน่น ที่มีบริการขนส่งมวลชนอื่นให้ใช้แทน
-   เมืองที่ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถไฟ          รถเมล์ และเรือ
-   เมืองที่มีระบบถนนสายรองที่เหมาะสม และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจรสู่ศูนย์กลางเมือง

3.  เมืองที่สุขสบายและมีชีวิตชีวา
-   เมืองที่มีที่พักอาศัยได้มาตรฐานและมีสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะสำหรับประชากรทุกระดับชั้น
-   เมืองที่มีโรงเรียน คลินิก และโรงพยาบาล ให้บริการใกล้ที่พักอาศัย
-   เมืองที่มีทางเท้าที่สามารถเดินได้อย่างปลอดภัยและร่มรื่น
-   เมืองที่ส่งเสริมธรรมชาติแวดล้อมที่เขียวขจี
-   เมืองที่มีสวนสาธารณะอยู่ทั่วทุกบริเวณ

4.  เมืองที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านวัฒนธรรม
-   เมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรม
-   เมืองที่อนุรักษ์พื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันยังเอื้ออำนวยให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคาร และประโยชน์ใช้สอย
-   เมืองที่ส่งเสริมศิลปะเพื่อสาธารณะและสนับสนุนการเฉลิมฉลอง และการแสดงงานศิลปะต่างๆ

5. เมืองที่ส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ
-   เมืองที่มีที่ว่างและโอกาสเพียงพอสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ   มีบริเวณศูนย์กลางเมืองที่เจริญและมีชีวิตชีวา และในบริเวณที่มีการเจริญเติบโตสูงนั้น มีการพัฒนาเชื่อมต่อกับระบบขนส่งที่ทันสมัย
เป็นเมืองสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตขนาดเล็ก และธุรกิจการบริการผู้ผลิต โดยเป็นแหล่งก่อตั้งและพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต    เขตต่างๆ จะมีแหล่งทำงานและที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกัน ประชาชนจะได้มีเวลาส่วนตัวเหลือเพื่อการสังสรรค์และพักผ่อน